ไม่รักแต่คิดถึง - เฉลียง

posted on 18 Apr 2009 01:00 by the-letter

ชีวิตบางช่วงที่เกี่ยวกัน

เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งความฝัน


หลายครั้งหลายหน ... หัวใจไม่ตรงกัน

แต่รู้กันต่างคนมีน้ำใจ



เธอไม่ต้องนวลอย่างดวงจันทร์

และฉันไม่ใช่ดวงตะวันฉาย


เราเพียงเป็นคน คบกันตามสบาย

เมื่อร้างไกลห่วงใยก็แล้วกัน



ไม่สำคัญ ...ว่าเธอมีใคร

ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน


ไม่สนใจเมื่อเธอสุขสันต์

ขอรู้เพียงวันที่เธอไม่มีใคร


ยังไม่ประคองถ้าเธอล้ม

ถ้าเธอลุกขึ้นยืนได้เองไหว


ขอรู้ ... ขอเห็นว่าเธอเดินเองได้

จะขอมองดูไกลๆ อย่างชื่นชม



ไม่สำคัญ ... ว่าเธอมีใคร

ม่ใช่กงการอะไรของฉัน


ต่างหนทางของต่างเรานั้น

ถึงแม้ว่าเราจะไกลซักเพียงไหน


ไม่รักแต่คิดถึง

ไม่รักแต่คิดถึง


ไม่รักแต่คิดถึง

ไม่รักแต่คิดถึง


ไม่รักแต่คิดถึง

ไม่รักแต่คิดถึง

ไม่รักแต่คิดถึง

ไม่รักแต่คิดถึง :P

 

edit @ 18 Apr 2009 01:13:45 by The_LetteR บางคราวชีวิตก็ยากเกินเดาอะไร

ที่มาของเพลง " ที่ว่าง "

posted on 17 Mar 2009 16:06 by the-letter

แบ่งที่ว่างตรงกลางไว้คอย เพื่อให้เธอได้ตามหาฝันของเธอ

 

ผมไม่รู้จักคุณโจ้ วงพอส เป็นการส่วนตัวและยิ่งไม่อาจนับเป็นแฟนเพลงได้

เนื่องเพราะจนบัดนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าชื่อจริงนามสกุลเต็มของคุณโจ้นั้นคืออะไร

ถึงแม้ว่าเพลงของคุณโจ้โด่งดังอยู่หลายเพลง แต่เพลงที่ผมรู้จักจริง ๆ ก็มีอยู่เพียงเพลงเดียว

เพลงนั้นชื่อว่า " ที่ว่าง " เพลงจากอัลบั้มแรกซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2539 โน่นล่ะครับ

เคยมีรายการทีวีสัมภาษณ์วงพอสเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเพลงนี้ก็ได้คำตอบว่า

เกิดจากแรงบันดาลใจจากหนังสือกวีนิพนธ์ " ปรัชญาชีวิต "

หนังสือเล่มนี้เป็นคัมภีร์คู่ชีวิตของผมเล่มหนึ่งเหมือนกัน พอรู้ว่ามีคนชอบหนังสือเล่มเดียวกัน

อ่านจนเกิดแรงบันดาลใจไปแต่งเพลงมีหรือที่ผมจะไม่รู้สึกถูกชะตากับคนแบบนี้

 

วันนี้ ปรัชญาชีวิตของท่าน คาลิล  ยิบราน ซึ่งถอดความอย่างสละสลวย

โดยท่านศาสตราจารย์ ดร.ระวี  ภาวิไล มีอายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้วทว่าทุกบททุกตอนยังคงร่วมสมัย

ที่มาที่ไปของเพลง " ที่ว่าง " มาจากมุมมองของการอยู่ร่วมกัน คือ ท่อนนี้ครับ

 

 

" จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน

จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน

จงร้องและเริงรำด้วยกัน แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว

ดังเช่นสายพิณนั้น ต่างอยู่โดดเดี่ยว แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองดนตรีเดียวกัน

จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก

เพราะว่าเสาของวิหารนั้น ก็ยืนอยู่ห่างกัน "

 

 

ระยะระหว่างเสาวิหารนี่แหละครับ วงพอสพัฒนามาเป็นท่อนฮุคในเพลง " ที่ว่าง "

" หากเคียงชิดใกล้ แต่เธอต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อฉัน

ประโยชน์ที่ใด หากรักทำร้ายตัวเอง

หากเดินแนบกาย กี่ครั้งที่ล้มลงเจ็บด้วยกัน

ห่างเพียงนิดเดียว ให้รักเป็นสายลมผ่านระหว่างเรา

แบ่งที่ว่างตรงกลางไว้คอย เพื่อให้เธอได้ตามหาฝันของเธอ "

 

 

ผมดูข่าวพิธีศพ ได้ยินคำสัมภาษณ์พ่อของคุณโจ้ ผ่านคำพูดทำนองว่า

ยังไม่ปักใจเชื่อว่าลูกชายจะฆ่าตัวตาย แต่เทียบกับกรณีแบบคุณห้างทอง  ธรรมวัฒนะ

หรือจะแบบคุณสืบ  นาคะเสถียร ถ้าเลือกก็ได้อยากให้เป็นแบบหลัง

น้ำตาของผู้มาร่วมงานแน่นขนัด ไม่บ่อยครั้งหรอกครับ ที่เราจะร้องไห้ให้กับคนที่ไม่ใช่ญาติ

ผมคิดว่ามุมมองเรื่องที่ว่าง ที่เขียนไว้สำหรับการอยู่ร่วมกัน

บางที ... วันนี้เราอาจต้องเอามาใช้ในเวลาที่เราจากกันด้วย

 

 

" ขอให้มีช่องว่างในการอยู่ด้วยกันของเธอ

และขอให้กระแสแห่งสวรรค์โบกโบยไปมาระหว่างเธอ "

 

 

ที่ว่างที่เกิดจากความพลัดพรากวันนี้ บางทีคุณโจ้อาจไปตามหาฝันของเขาอยู่ก็ได้

 

Credit :: คุณสมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ จากหนังสือ ปีระมิดหน้าเสาธง

 

 

 

edit @ 17 Mar 2009 16:33:20 by The_LetteR บางคราวชีวิตก็ยากเกินเดาอะไร

วันแรกแห่ง Exteen Blog

posted on 16 Mar 2009 00:58 by the-letter

สวัสดี 15 มีนา 52 และมิตรรักแฟน Blog ทุกท่าน

สมาชิกใหม่ขอรายงานตัว ^^

อันที่จริงแล้วเมย์เคยเขียน Diary Online อยู่ที่เว็บ ( ไฮโซ ) เว็บนึง

ด้วยการอุปการะค่าใช้จ่าย ( มหาศาล ) เป็นระยะเวลา 1 ปี

ากพี่ Producer ของอดีตนักร้องบอยแบนด์ที่ดังที่สุดในประเทศไทย ( ขอบคุณมากค่ะพี่ ) ^^

เขียนได้อยู่ปีนึง แล้วเมย์ก็ไม่ได้เติมเงินใน Diary นั้นต่อ ...

มันก็เลยหมดอายุขัยตามกาลเวลาของมันไป

ที่ตัดสินใจกลับมาเขียนใหม่อีกครั้ง ก็เพราะว่ามันมีเรื่องราวหลายเรื่องที่อยากเก็บเอาไว้

เลยเอาที่นี่แล้วกัน

บ้านหลังใหม่ของเรา Exteen Blog     

 

พ่อ แม่ พี่ น้อง ชาว Exteen Blog รู้มั๊ยคะว่า

ตอนนี้มันมีโรคระบาดที่เกิดขึ้นมาใหม่ในประเทศไทยอยู่โรคนึง

มันมีชื่อว่า " Stamplism " ( แสตมป์ลิซึ่ม )

ซึ่งตอนนี้เมย์กำลังประสบกับโรคระบาดอันน่ารักนี้อยู่

และไม่มีหมอท่านไหนสามารถรักษาได้

สาเหตุเกิดจากการชื่นชอบ ไปจนถึงขั้นคลั่งไคล้ หรือบางคนอาจจะเรียกว่าบ้าคลั่งก็ว่าได้

ตัวแพร่กระจายของโรคระบาดนี้มาจากเจ้าของบทเพลง " ความคิด " ที่หลายท่านคุ้นหู

และใครเล่าจะล่วงรู้ว่า OST.ฝัน หวาน อาย จูบ ก็เป็นหนึ่งผลงานการแต่งเพลงของเค้า

บุรุษเพศท่านนั้นมีนามว่า แสตมป์ 7th SCENE นั่นเอง

( แสตมป์ที่ร้องเพลงสตริง มิใช่ แสตมป์ที่ร้องเพลงลูกทุ่งนะคะ )

 

ผู้ที่เป็นโรคติดต่อมักจะมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้

1. ตาโหล ดำคล้ำ เหมือนหมีแพนด้า เพราะนั่งเป็นผีเฝ้าบอร์ด Loveis เผื่อมีอะไร Update 

2. เวลาว่างมักจะ Search Internet โดยพิมพ์คำว่า แสตมป์ , อภิวัชร์  เอื้อถาวรสุข , 7th SCENE ฯลฯ

3. มักจะเปิดเพลงของพี่แสตมป์ตลอดเวลา ฟังมันทั้งวัน ไม่รู้จักเบื่อ

4. เวลาเห็นหน้าพี่แสตมป์ใน T.V. แล้วไม่อยากกะพริบตา ใครสะกิดเพื่อให้ละสายตาจาก T.V. จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

5. Save รูปพี่แสตมป์ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ชัด เบลอ กุเอาหมด

6. พร่ำพรรณนา ทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับพี่แสตมป์ให้คนรอบข้างฟัง โดยไม่รับรู้ว่าคนฟังจะเบื่อหรือเปล่า 555+

7. ตามไปดูคอนเสิร์ตทุกที่ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็ตาม

8. นั่งเพ้อคิดถึงได้ทั้งวัน นั่งยิ้มคนเดียวเหมือนเป็นคนบ้า ( กุเลย ๆๆๆ 555+ )

9. เมื่อเจอพี่แสตมป์ตัวจริงจะมีอาการเบลอ จำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปบ้างและพี่เค้าพูดอะไรตอบกลับมาบ้าง

10. สรรหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องรอบตัวที่พี่แสตมป์ชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของพี่เอ๋ ( นิ้วกลม ) 

หนังสือที่พี่นิ้วกลมเขียน ประวัติการแต่งเพลง การทำงาน ฯลฯ

เพื่อที่จะได้อัพเดทตัวเองและรู้เรื่องราวของพี่แสตมป์มากขึ้น  

 

และนี่ก็คืออาการต่าง ๆ ของคนที่เป็นโรค Stamplism

ซึ่งได้ยกตัวอย่างลักษณะอาการมาจากเจ้าของ Blog นั่นเอง   

เจ้าของ Blog เริ่มมีอาการแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็จำความไม่ได้เหมือนกัน

รู้แต่ว่าข้าพเจ้าขอยอมศิโรราบให้แด่ ( เพลง ) ความคิด ของบุรุษท่านนี้ ( เว่อร์เนอะ 555+ )

คุณเคยศรัทธากับสิ่งบางสิ่งหรือใครบางคนมั๊ยคะ ?

เมย์มีความรู้สึกว่าการที่จะรู้สึกศรัทธาใครบางคน คนคนนั้นจะต้องมีอะไรดี

เหนือสิ่งอื่นใดในโลกค่ะ ความคิด ความสามารถ และการกระทำ มันทำให้คนเราน่าศรัทธา

แล้วพี่แสตมป์ก็ทำให้เมย์รู้สึกว่า ... เมย์ศรัทธาในตัวเค้า ...

และเค้าก็เป็นยอดมนุษย์ที่อยู่ในใจเมย์คนนึง

เมย์ศรัทธาในคนที่เค้ามีศรัทธากับสิ่งอื่น ๆ

เมย์ศรัทธาในความคิด ฝีมือ ความพยายาม และความเป็นตัวตนของพี่เค้า

ส่วนตัวแล้วแอบอ่านบล็อคพี่แสตมป์อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยได้เม้นท์ซักครั้ง

ชอบอยู่ประโยคนึงที่พี่เค้าเคยเขียนไว้กับประโยคที่ว่า

ผมใช้ชีวิตอย่างปกติสามัญในซีกโลกของผม ผมตื่นนอน เดินทาง ทำงาน เสพสื่อ กินข้าว

หายใจ และ เหม่อมองไปที่จุดอนันต์

 

อ่านแล้วก็รู้สึกว่า ... เฮ่ย มันใช่ว่ะคนคนนี้ ความเป็นคนคนนี้ สิ่งที่เค้าเป็น เค้าพูด เค้าคิด

มันทำให้เรารู้สึกดีได้อย่างเหลือล้น

คำพูดบางคำของคนบางคนเราก็อาจจะคิดไม่ถึง

และคำพูดบางคำของคนบางคนก็ยังทำให้เรารู้ว่า ... อย่างน้อยบนโลกนี้ก็มีคนคิดเหมือนเรา

อย่างน้อยบางสิ่งบางอย่างที่พี่แสตมป์พูด คิด ทำ เราก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน :P

ความรู้สึกบางอย่างอาจจะไม่สามารถกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดได้

แต่ความรู้สึกข้างในมันมากกว่านั้นฮะ :P

เมย์ว่า ... คนที่เข้ามาอ่านบางคนอาจจะรู้สึกว่า

อินี่มันเว่อร์ไปรึเปล่า

หลายคน ร้อยพ่อ พันแม่ ล้านเหตุผล ไม่สามารถห้ามความคิดใครได้

สักวัน ... ถ้าคุณมีความรู้สึกดีและศรัทธากับใครบางคน

คุณอาจจะมีความคิด ความรู้สึกเหมือนเราตอนนี้ก็ได้

อาจจะใช่ ... ที่พี่แสตมป์ ไม่ใช่คนที่ดีที่สุด หรือ เก่งที่สุด

แต่พี่แสตมป์ คือ คนที่เราศรัทธามากที่สุด ( คนนึง )

แล้วคุณล่ะ ใครกันที่พวกคุณศรัทธา ????

ถ้าพี่แสตมป์ได้อ่านก็คงดีเนอะ

เมย์อยากบอกพี่ว่า ...

พี่โคตรเจ๋งเลยว่ะ !!!!!!

๕๕๕๕+

ปล. น้องอมยิ้มฝากมาบอกว่า ... พี่แสตมป์เล่นสดได้จับใจมากเลยค่ะ ^^

 

edit @ 16 Mar 2009 09:47:42 by The_LetteR บางคราวชีวิตก็ยากเกินเดาอะไร